การใช้งาน (Application)
ชุดตรวจค่า pH ช่องคลอดแบบรวดเร็ว (ชนิดเก็บตัวอย่างจากช่องคลอด) เป็นวิธีการทดสอบทางเคมีแห้ง (dry chemical method) แบบรวดเร็ว สำหรับการตรวจวัดค่า pH ในเชิงคุณภาพ (qualitative detection) จากตัวอย่างสิ่งคัดหลั่งในช่องคลอดของสตรี เพื่อช่วยในการวินิจฉัยภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (bacterial vaginosis)
รายละเอียดผลิตภัณฑ์ (Product Description)
- ค่า pH ช่องคลอดที่เหมาะสมในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์คือ 3.8–4.5 ซึ่งช่วยป้องกันเชื้อก่อโรคโดยแบคทีเรียชนิดดี (Lactobacillus) ผลิตกรดแลคติก รักษาสภาพแวดล้อมที่เป็นกรด
- ค่า pH อาจเปลี่ยนแปลงตามวัยและฮอร์โมน เช่น ในเด็กหญิงหรือหลังหมดประจำเดือน ค่า pH จะสูงขึ้น ถือเป็นสรีรวิทยาปกติ
- pH ที่เกิน 4.5 อาจเกี่ยวกับการติดเชื้อแบคทีเรียหรือโปรโตซัว ส่วน pH ต่ำหรือปกติอาจพบในเชื้อรา (candidiasis) การรักษาควรได้รับการประเมินจากแพทย์ ไม่ควรซื้อยารักษาเอง
- หญิงตั้งครรภ์ต้องระวังภาวะติดเชื้อช่องคลอด เพราะเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน หากมีอาการผิดปกติควรพบแพทย์ทันทีและควรหลีกเลี่ยงการสวนล้างหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่รบกวนสมดุล pH โดยไม่จำเป็น
ทำไมการตรวจค่า pH จึงสำคัญ?
- การเปลี่ยนแปลงค่า pH เป็นสัญญาณเตือนความไม่สมดุลในช่องคลอด
- ค่า pH สูงขึ้น (ความเป็นกรดลดลง) เพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น Bacterial Vaginosis (BV) ที่มักทำให้ตกขาวผิดปกติหรือมีกลิ่น
- ช่วยแยกเบื้องต้นว่าเป็นเชื้อรา (Candida) หรือแบคทีเรีย (BV) ได้ เพราะเชื้อรามักไม่ทำให้ค่า pH เปลี่ยน
- ตรวจประจำช่วยเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้น ไม่ให้ปัญหาลุกลาม
- เข้าใจและดูแลสุขภาพช่องคลอดของตัวเอง เพราะค่า pH อาจเปลี่ยนจากการใช้ยา สบู่ หรือความเครียด
ช่วงวัยที่เหมาะสมสำหรับการตรวจค่า pH ช่องคลอด
- สตรีวัยเจริญพันธุ์ (โดยเฉพาะอายุ 15–49 ปี) เนื่องจากช่องคลอดมีความเป็นกรดอ่อนและระบบภูมิคุ้มกันเฉพาะที่แข็งแรง
- ผู้หญิงที่มีอาการผิดปกติ เช่น ตกขาว กลิ่นเหม็น คัน หรือระคายเคือง
- ผู้ที่ต้องการวินิจฉัยหาสาเหตุปัญหาสุขภาพหรือการติดเชื้อในช่องคลอด
- สตรีตั้งครรภ์ที่มีอาการผิดปกติหรือความเสี่ยง เพื่อเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนแก่ทั้งมารดาและทารก
- สามารถใช้ในวัยก่อนมีประจำเดือนและหลังหมดประจำเดือนด้วย แต่ต้องตีความผลตามสรีรวิทยาแต่ละช่วงวัย
สรุป: การตรวจ pH ช่องคลอดเหมาะกับผู้หญิงทุกวัยที่ต้องการประเมินสมดุลช่องคลอดและความเสี่ยงติดเชื้อ โดยเฉพาะวัยเจริญพันธุ์และผู้ที่มีอาการผิดปกติควรตรวจเพื่อวางแผนดูแลสุขภาพ
วิธีใช้ (How to Use)
- นำอุปกรณ์ตรวจและตัวอย่างสารคัดหลั่งให้มีอุณหภูมิห้อง (15–30°C)
- เปิดซองบรรจุชุดตรวจ และใช้ภายใน 1 ชั่วโมงหลังเปิดซอง
- ใช้ swab ป้ายตัวอย่างสารคัดหลั่งบริเวณช่องคลอด แล้วแตะบนพื้นที่ทดสอบ pH ของแผ่นตรวจ (แตะซ้ำประมาณ 5 ครั้งให้ทั่วพื้นที่ตรวจ)
- อ่านผลทันทีในขณะที่บริเวณทดสอบยังเปียกอยู่ โดยเปรียบเทียบสีที่ปรากฏกับแถบสีบนซอง
- บันทึกค่าที่ตรงกับสีที่ใกล้เคียงที่สุด และทิ้งอุปกรณ์ที่ใช้แล้วอย่างเหมาะสม

หมายเหตุ: เพื่อความแม่นยำ ควรทำการตรวจในช่วงที่ไม่มีประจำเดือน และหลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอดล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
การแปลผลค่า Vaginal pH
| ค่า pH ที่วัดได้ | การแปลผลเบื้องต้น | Interpretation | คำแนะนำ / Remark |
| 3.8 – 4.5 | ปกติ (เป็นกรด) | Normal | สมดุลดี มีแบคทีเรียดีปกป้องช่องคลอด ไม่ต้องรักษาเพิ่มเติม |
| > 4.5 | สูง (เป็นด่าง) | High pH | อาจมีการติดเชื้อแบคทีเรีย (BV) หรือโปรโตซัว (Trichomonas) มักมีตกขาวผิดปกติ กลิ่นคาวปลา คัน ระคายเคือง แนะนำพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษา |
| < 3.8 | ต่ำ (กรดจัด) | Low pH | พบได้น้อย อาจเกิดจากภาวะ Cytolytic Vaginosis (CV) หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกรดแรง หากมีตกขาวขาวจัด ปวดแสบ หรือคัน ควรหยุดใช้ผลิตภัณฑ์และปรึกษาแพทย์ |
หมายเหตุ / Note:
- ผลการตรวจนี้เป็นเพียงการคัดกรองเบื้องต้น หากพบค่าผิดปกติหรือมีอาการร่วม เช่น คัน มีกลิ่น หรือตกขาวผิดปกติ ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อการตรวจเพิ่มเติม
- หากค่า pH ต่ำกว่า 4.5 แล้วมีอาการตกขาวขาวเป็นก้อนหรือคัน อาจสัมพันธ์กับเชื้อรา (candidiasis) หากอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์
การจัดเก็บและอายุการใช้งาน (Storage & Stability)
- เก็บในอุณหภูมิระหว่าง 2–30°C
- ห้ามแช่แข็ง (DO NOT FREEZE)
- ควรเก็บในซองปิดผนึกจนกว่าจะใช้งาน
- อายุการใช้งานตามวันหมดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
เอกสารอ้างอิง (Reference)
- Hanna N F, Taylor-Robinson D, Kalodiki-Karamanoli M, Harris J r, McFadyen I R The
relation between vaginal pH and the microbiological status in vaginitis. British Journal of
Obstetrics and Gynaecology, 1985, Vol.92 (12), pp.1267-71. - Nakra Natasha A, Madan Pellett, Buckley Niall etc. Loss of Innate Host Defense Following Unprotected Vaginal Sex. The Journal of infectious diseases, 2016, Vol.213 (5), pp.840-7.
- Roy Subir, Caillouette James C, Faden Joel S, Roy Tapon, Ramos Diana E. Improving
appropriate use of antifungal medications: the role of an over-the-counter vaginal pH self-
test device. Infectious Diseases in Obstetrics and Gynecology, 2004, Vol.11 (4), pp.209-16. - Panda Subrat, Das Ananya, Singh Ahanthem Santa, Pala Star. Vaginal pH: A marker for
menopause. Journal of mid-life health, 2014, Vol.5 (1), pp.34-7. - Maloney C, Oliver M L. Effect of local conjugated estrogens on vaginal pH in elderly women. American Medical Directors Association. Journal, 2003, Vol.2 (2), pp.51-5.

